INSPIRING PERFORMANCE MANAGEMENT

The Essential of Inspiring Performance Management

“หัวใจสำคัญสู่การบริหารผลงานที่ทรงพลัง”

 

“ศาสตร์และศิลป์แห่งการบริหารผลงานทีม

ให้ทุกคนสร้างผลงานชั้นเลิศ และสร้างความสำเร็จไปด้วยกัน

ทำงานอย่างได้ผล และคนเป็นสุข สนุกกับงาน ”


_____________________________________________

 

โปรแกรมนี้ตอบโจทย์อะไร (Why you needs this program)

 

เราต้องยอมรับว่าแนวทางการบริหารแบบเดิมไม่ค่อยเวิร์คแล้ว และหนึ่งในตัวการ ที่ทำให้คนทำงานเครียดและมีความสุขน้อยลง คือ การประเมินวัดผลงาน ที่เน้นการประเมินวัดผลที่เอาเป็นเอาตาย  คนทำงานจำนวนไม่น้อยขยาดกับ KPI  และบรรยากาศการไล่บี้ ไล่กดดันกัน  แนวทางการบริหารผลงานเช่นนั้น เกิดมาจากกระบวนทัศน์ (Paradigm) ความเชื่อที่เน้นการควบคุม ตรวจสอบ กำกับ ไม่วางใจ และไม่ยืดหยุ่นต่อความผิดพลาด ผิดเป้าหมายนัก  ให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับ “สนามสอบ”  แนวทางนี้อาจจะทำให้เราได้ผลลัพธ์ แต่กลับทำให้สูญเสียพลังงาน และไม่ค่อยพัฒนาไปมากนัก เพราะคนมุ่งแต่เอาตัวรอด ทำผลลัพธ์ให้ได้ 

 

การบริหารผลงาน (Performance Management) ในมุมมองขององค์กรและการบริหารแนวใหม่จึงเปลี่ยนไป  พวกเขามองว่า PMS (Performance Management System) เป็นกระบวนการหรือระบบที่เป็น “แกน” สำคัญขององค์กรในการเคลื่อนตัวไปสู่เป้าหมาย เปรียบเสมือนวิถีการใช้ชีวิตขององค์กรก็ว่าได้  ไม่ใช่เพียงแค่การตั้งเป้าหมายและวัดผลงาน แต่หมายรวมถึงการพูดคุย การเรียนรู้ การใช้ชีวิตร่วมกันในระหว่างทางทั้งหมด  โดยมีการนำตัวอย่างของการบริหารผลงานของทีมกีฬา ที่ประสบความสำเร็จมากมายมาศึกษาและมาปรับใช้ในการบริหารธุรกิจ  ดังนั้นเรื่องนี้จึงสำคัญมาก  เป็นเรื่องที่ผู้นำและทีมงานทุกคนจะต้องได้รับการฝึกฝน  โดยแนวทางของการบริหารผลงานยุคใหม่ จะให้ความสำคัญในองค์รวม  และเปิดพื้นที่ให้ทีมงานเกิดการทำงานแบบมีส่วนร่วม (Engage)  สามารถทำงานด้วยตนเอง ( Self-Management)  และมีการร่วมคิด ร่วมพัฒนาไปพร้อมกับทีม อย่างต่อเนื่อง (Continuous Learning & Growth)  มีความยืดหยุ่นและทันกับการเปลี่ยนแปลง 

 

โปรแกรม “หัวใจสำคัญสู่การบริหารผลงานที่ทรงพลัง” (The Essential of Inspiring Performance Management)  เป็นแนวทางใหม่ของการบริหารผลงานในวิถีองค์กรมีชีวิต หรือ องค์กรจัดการตนเอง (Self-Organization) ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ และกระบวนการที่ให้สมาชิกทุกคนในนำความสร้างสรรค์ในตัวเอง ออกมาร่วมกันสร้างคุณค่า และผลงานที่วิเศษ (Extraordinary Performance) รวมถึงได้เรียนรู้ เติบโตไปด้วยกัน ที่ช่วยตอบโจทย์ของธุรกิจขององค์กร    โปรแกรมนี้นอกเหนือจากการติดตั้งทักษะให้ผู้เรียนแล้ว ยังจะช่วยสร้างรูปแบบและวิถีการทำงานขององค์กรสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ที่คนทำงานสนุกและพร้อมเรียนรู้ไปกับการสร้างผลงานที่ดีขึ้นร่วมกัน (Team Learning) ยิ่งทำงานยิ่งเก่งขึ้น มีนวัตกรรม  สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น วางใจกันในทีม

 

 

 วัตถุประสงค์และความตั้งใจที่ของโปรแกรม

  • เกิดผู้นำแบบโค้ชและฟา ที่สามารถสร้างทีมที่แข็งแรง และสร้างผลงานชั้นเลิศได้ จากทักษะที่ฝึกฝนจากคลาส ในการเป็นผู้นำในบทบาทใหม่ของการบริหารผลงาน
  • ผู้นำตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารผลงาน เข้าใจและสามารถนำแนวทาไปปรับใช้ในการบริหารผลงานให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้ (Continuous Performance Improvement)
  • สามารถนำแนวทาง ประสบการณ์จากการเรียนรู้ ไปสร้างการทำงานแบบองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ (Learning Organization) ช่วยกันผลักดันให้เกิดองค์กรที่มีสามารถจัดตนเอง และปรับตัวไปพร้อมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้อย่างเหนือชั้น

 

สิ่งที่จะได้เรียนรู้จากโปรแกรมนี้ (Learning Point)

 

โปรแกรมนี้ จะเน้นการออกแบบห้องเรียนและประสบการณ์ให้เป็นเสมือนการทำงานจริงในองค์กร ให้ผู้เรียนได้เข้าไปอยู่ในประสบการณ์ของการร่วมคิด ร่วมสร้างเป้าหมายการทำงานร่วมกัน โดยที่ทุกคนมีส่วนร่วมและได้เป็นเจ้าของร่วมกัน (Empowerment) พร้อมกับได้ทดลองสร้างผลงานและคุณค่าร่วมกันจริงๆ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจและซึมซับบทเรียน หัวใจสำคัญผ่านการลงมือทำจริง ด้วยกระบวนการ Lab Learning

 

  • ความสำคัญของการบริหารผลงาน ภายใต้ยุคสมัยแห่งการ Disrupt และความผันผวน VUCA
  • วิวัฒนาการของระบบบริหารผลงาน สู่การบริหารผลงานตามแนวทางองค์กรจัดการตนเอง(Performance Management Evolution)
  • บทบาทสำคัญของผู้นำ กับบริหารผลงานทีม จาก ผู้สั่งการควบคุม สู่ “โค้ชและฟา” (Performance Coach and Facilitator)
  • ความแตกต่างระหว่างการบริหารผลงานแบบแนวคิด Force Concept และ Self-Management Concept
  • กระบวนการสำคัญของการบริหารผลงานแบบสร้างพลัง (Empowered Performance Management Processes)
  • วินัย 6 ประการในการบริหารผลงานชั้นเลิศ (6th Discipline for Empowered Performance Management)
    • วินัยที่ 1 : การค้นหาเป้าประสงค์และเป้าหมายที่ทรงพลังด้วย OKRs (Finding Purpose & Powerful Goal)
    • วินัยที่ 2 : การกำหนดแท็กติกและแผนการบรรลุผลลัพธ์ (Performance Driven Tactical)
    • วินัยที่ 3 : ทดลอง ลงมือสร้างผลงานและคุณค่า ด้วยวิธีการใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ (Great Performance Experiment)
    • วินัยที่ 4 : การติดตามและอัพเดทผลงานอย่างใส่ใจผ่าน Scoreboard (Keep on One Page Performance Scoreboard)  
    • วินัยที่ 5 : การทบทวน ใคร่ครวญผลงานและถอดบทเรียนอย่างสม่ำเสมอ (Self-Reflection)
    • วินัยที่ 6 : การสนทนาเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่องด้วยวิถี CFR (Continuous Performance Management by CFR / Conversation-Feedback-Recognition)
  • Proactive Learner นักเรียนรู้เชิงรุก คุณสมบัติสำคัญของผู้สร้างผลงานชั้นเลิศ (Proactive Learner for Great Performance)
  • การประเมินผลงานตามแนวทาง Empowered Performance Management
  • ความสัมพันธ์ของการบริหารผลงาน กับการสร้างองค์กร

 

  

สนใจหลักสูตร หรือ งานที่ปรึกษา ติดต่อเราได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Contact Excellent People (google.com)

หรือ ติดต่อได้ที่ เบอร์โทรศัพท์  080-4594542  (ออ ณรัญญา)
ID Line : aornarunya

 

 

 

 

Visitors: 117,860